Personal

Cloud Computing จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจไอที

 

มีการกล่าวถึงกระแสของเทคโนโลยี Cloud Computing กันมากขึ้น ทำให้เกิดความตื่นตัวทั้งในส่วนของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ โดยคาดการณ์ว่า จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนภายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า และที่น่าจับตามองไปกว่านั้นคือ เทคโนโลยีดังกล่าวอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโมเดลธุรกิจทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในอนาคต

Cloud Computing จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจไอที

 

ดนุพล สยามวาลา ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ไอซ์ โซลูชั่น จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ให้ความเห็นว่า Cloud Computing เป็นแนวคิดในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่เชื่อมโยงกัน คอมพิวเตอร์ที่ทำงานร่วมกันอาจตั้งอยู่ในห้องเดียวกันหรือ ห่างกันก็ได้ โดยระบบจะทำงานประสานกันแบบรวมศูนย์ช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายซึ่งแนวคิดดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และคาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

 

 

ดนุพลกล่าว

นอกจากนี้ยังเชื่อว่า Cloud จะ ช่วยแก้ปัญหาของคนที่ต้องการลดกระบวนการทางด้านไอที เริ่มจากการใช้งานแอพพลิเคชั่นพื้นฐานบางส่วน เช่น E-mail และ CRM จะสามารถให้บริการในรูปแบบของ Cloud ได้ก่อน ส่วนแอพพลิเคชั่นที่สำคัญขององค์กร เช่น ระบบบัญชีและการเงินจะยังคงไว้ เนื่องจากระบบบัญชีของประเทศไทย 80 เปอร์เซ็นต์ อยู่บน Client Based ซึ่งส่วนนี้มีความสำคัญต้องระมัดระวัง เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และเป็นจุดอ่อนทำให้มีความยากในการปรับไป ให้บริการบน Cloud

Cloud กับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไอที

แม้หลายคนมองว่า Cloud ช่วยลดต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แทนการลงทุนทั้งระบบสามารถจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริงได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับมองว่าการเข้ามาของ Cloud ส่งผลต่อโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

เนื่องจากรายได้หลักในตลาดไอทีของประเทศไทยมาจากฮาร์ดแวร์ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าซอฟต์แวร์ เมื่อ Cloud เข้ามา จะทำให้มูลค่าของตลาดฮาร์ดแวร์ ลดลง ขณะเดียวกันบริษัทฮาร์ดแวร์เริ่มมองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ ของบริษัทไอทีไทยเป็น ผู้ประกอบการที่ขายฮาร์ดแวร์ (System Integration) บริษัทเหล่านี้จึงต้องมองโซลูชั่นหรือซอฟต์แวร์มากขึ้น เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า

“จากเดิมที่ผลิตฮาร์ดแวร์ออกมา ใช้งานแบบ 1 ต่อ 1 ปัจจุบันฮาร์ดแวร์ 1 เครื่อง สามารถใช้งานร่วมกันได้หลายคน บริษัทจึงต้องมีการปรับตัวไปเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์มากขึ้น เพราะการแข่งขันในอนาคตต่อไป ระบบไอทีที่อยู่ในบริษัทจะเป็นเทรนด์ของการให้บริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต” ดนุพลอธิบาย

Cloud ช่วยธุรกิจได้อย่างไร

ประโยชน์ของ Cloud ยังช่วยให้องค์กรลดปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ ทำให้ปัญหา ของเจ้าหน้าที่ๆ ดูแลระบบไอทีขององค์กรลดลง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย ดูแลระบบ หรือการอัพเกรดระบบใหม่ๆ ตลอดเวลา

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ทำให้การตัดสินใจลงทุนด้าน ไอทีของผู้ประกอบการไม่ได้อยู่บน พื้นฐานเทคโนโลยี แต่จะตัดสินใจเลือกลงทุนตามบริการที่ต้องการใช้ความ น่าสนใจจึงอยู่ที่ผู้ให้บริการว่า จะสามารถ ดูแลกลุ่มลูกค้าเดิมของตนเองได้อย่างไร เนื่องจากผู้ใช้บริการสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ง่ายและมีความ คุ้มค่ามากขึ้น

“การลงทุนไอทีในแบบเก่า เช่น ลงระบบ 1 ชุด มูลค่า 100 บาท จะต้องใช้ต่อเนื่องไป 3 ปี ใช้ประโยชน์จริงเพียง 40-50 บาท แต่สิ่งที่ Cloud จะให้ คือ ลงทุน 40-50 บาท ใช้เท่าที่ใช้จริง และเมื่อธุรกิจโตค่อยลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทสามารถทำสัญญา 3 เดือน เมื่อใช้จบก็ซื้อใหม่หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการก็ได้” ดนุพลชี้แจง

ดังนั้น การลงทุนด้านไอทีหรือกระบวน-การขององค์กรจะเกิดการปรับเปลี่ยน ได้เร็วขึ้นและทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของตลาด Cloud จึงเป็นอนาคตที่น่าสนใจเพราะจะเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดทางธุรกิจทั้งหมด เปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีมานานนับสิบปี นับว่า เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของธุรกิจไอที

ผู้ให้บริการ Cloud ในประเทศไทย

ผู้ให้บริการ Cloud สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ให้บริการเน็ตเวิร์ก เช่น ทีโอที และทรู ไอดีซี ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกๆ ทั้งในรูปแบบของคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) ที่เน้นการใช้งานเฉพาะลูกค้าแต่ละราย และคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) ซึ่งเหมาะกับกลุ่ม SMEs 2. ผู้ให้บริการโซลูชั่น ซึ่งในขณะนี้ มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เริ่มเปิดตัวโซลูชั่นที่เกี่ยวกับ Cloud ออกมาอย่าง ต่อเนื่อง เช่น เทรนด์ไมโคร ฮิตาชิ ไอบีเอ็ม ออราเคิล และซันไมโครซิสเต็มส์ เป็นต้น

ส่วนบริษัทของไทยมีเพียงผู้ประกอบ-การ บางรายเท่านั้น ที่มีความพร้อมในการให้บริการ Cloud เนื่องจากต้องมีความรู้ในเรื่องการปรับแต่งซอฟต์แวร์ของตนเองและกระบวนการทางธุรกิจมาเป็น Software as a Service (SaaS) ที่ต้องใช้บุคลากรและต้นทุนในการ ดำเนินการ โดยต้นทุนในส่วนนี้จะขึ้นกับการวางแผนและทบทวนโครงสร้างสถาปัตยกรรมเดิมของซอฟต์แวร์นั้นๆ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งซอฟต์แวร์ หรือเลือกเป็นโมดูลก็ได้

โดยบริษัทไทยที่มีความพร้อม ได้แก่ บริษัทที่ให้บริการด้าน Collaboration หรือเครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลในองค์กรให้มีความ สะดวกขึ้นด้าน IP Phone หรือการให้บริการโทรศัพท์ที่รองรับเทคโนโลยี VoIP นอกจากนี้ยังมีบริษัทในกลุ่มโอเพ่นซอร์ส อีก 5 บริษัท ซึ่งยังไม่ได้มีการเปิดตัว อย่างเป็นทางการ

ส่วนบริการ Cloud ในต่างประเทศนั้น ยังอยู่ในช่วงทดลองเช่นเดียวกัน และยังไม่เห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจนเหมือน Amazon, Google หรือ Salesforce เนื่องจากชาวเอเชียมีพื้นฐานการใช้ ไอทีที่ซับซ้อน ในขณะที่ชาวตะวันตกมีความยืดหยุ่นมากกว่า เช่น ใช้ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากมีเงื่อนไขและรายละเอียดมาก และไม่เอื้อต่อการใช้ Cloud ในระยะแรก

Cloud Computing จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจไอที

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการผ่าน Cloud นั้นต้องเริ่มต้นจากจุดที่ตนเองมีความพร้อมและเตรียมทีมงาน ที่มีความรู้ความเข้าใจการปรับแต่ง แอพพลิเคชั่น อย่างไรก็ตาม การปรับซอฟต์แวร์นั้นต้องใช้ระบบ Cloud Computing จากผู้ให้บริการ Data Center ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทย ยังมีผู้ลงทุนด้าน Cloud น้อย ทำให้องค์ความรู้หรือประสบการณ์มีไม่มาก และอาจจะส่งผลให้การพัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud ทำได้ล่าช้า

 

Tags

Asst. Prof. Banyapon Poolsawas

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบเชิงโต้ตอบ และการพัฒนาเกม วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท Daydev Co., Ltd, (เดย์เดฟ จำกัด)

Related Articles

Leave a Reply

Back to top button
Close
Close

Adblock Detected

เราตรวจพบว่าคุณใช้ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ,กรุณาปิดระบบ Adblock ก่อนเข้าอ่าน Content ของเรานะครับ, ถือว่าช่วยเหลือกัน