Knowledge

A Semantic Legion สารสนเทศบนโลกนี้เริ่มมีนัย

ช่วงของรอยต่อ หรือ ช่วงเวลาคาบเกี่ยวของการเปลี่ยนแปลงบนโลกออนไลน์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยฟันเฟืองอันล้ำสมัยของเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงเวลาที่พฤติกรรมของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องเตรียมพร้อมเพื่อปรับตัวกับ สื่อ สารสนเทศ และรูปแบบธุรกิจที่กำลังปรับรูปแบบของตัวมันเอง วิธีการดำเนินงาน คุณลักษณะแปลกตา การนำเสนอวิธีใช้งานล้วนแต่ต้องอาศัยความเข้าใจ ระดับหนึ่งในการศึกษา บางครั้งสิ่งที่ปรากฏผ่านรอยต่อระหว่างยุคของเทคโนโลยีนั้นก็ใหม่เกินไป จนต้องรอให้ผู้ใช้งานรุ่นต่อไปที่ไม่ต้องทำใจกับการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเก่ามาสิ่งใหม่ เข้ามาใช้ และปล่อยให้สิ่งเก่าเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงที่พร้อมจะถูกบัญญัติไปกับผู้ใช้งานรุ่นเก่า และบางที สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในช่วงคาบเกี่ยวที่พูดถึงนี้บางสิ่งก็ง่ายต่อการรับรู้ซะจนถูกพวกเรากลืนไปจนลืมไปจนไม่ทันรู้ตัวว่า สิ่งใหม่ แนวคิดใหม่ นวัตกรรมใหม่ มันอยู่กับเราได้ซักพักแล้ว ใช้งานมันไปแล้ว แต่กลับไม่ทันรู้สึกว่ามันใหม่ก็มี

Semantic Web เว็บเชิงความหมาย

 

Semantic Web เว็บเชิงความหมาย

เทคโนโลยีเว็บเป็นตัวแปรหนึ่งที่ ณ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของรอยต่อแห่งยุคของโลกเทคโนโลยี ข้อมูล สารสนเทศบนเว็บไซต์มากมายที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบไปมา ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนมาถึงปัจจุบันนี้ เนื้อหาหรือ คอนเท็นท์ ที่ปรากฏอย่างแพร่หลายในตอนนี้ พวกเรากลับไม่ได้รับรู้เลยว่า รูปแบบหรือ โมเดลในการนำเสนอข้อมูล สารสนเทศของเทคโนโลยีเว็บนั้นเปลี่ยนไป สารสนเทศที่ปรากฏตลอดยุคของ Web 2.0 จนมาถึง Web 3.0 นี้ถูกยึดตามข้อมูลที่ปรากฏบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Network เป็นส่วนใหญ่ และก็เพราะเครือข่ายสังคมที่ได้รับนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนี่เองที่ทำให้ ข้อมูล สารสนเทศ ที่จะถูกไปทำให้ปรากฏบนเว็บไซต์ในรูปแบบของคอนเท็นท์นั้นเปลี่ยนไป จะเห็นว่าสารสนเทศ หรือข้อมูลปัจจุบันในตอนนี้ เป็นข้อมูลที่ถูกอ้างอิงอย่างมีนัย โดยข้อมูลส่วนหนึ่งจะถูกนำมาจากรูปแบบโมเดลของผู้ใช้ตามลักษณะพื้นฐาน อย่าง Profile Modeling ผ่านเทคโนโลยีเว็บเชิงความหมาย หรือ Semantic Web

สารสนเทศบนโลกนี้เริ่มมีนัย

ซึ่งกระบวนการทำงานภายในของการนำเสนอเนื้อหาในเชิงที่มีความหมายต่อกัน เรียกกระบวนการนี้ว่าออนโทโลยี (Ontology) ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้กลายเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีเว็บ และเครื่องมือค้นหาได้เริ่มปรับปรุงกันมาได้พักใหญ่แล้ว เพียงแค่รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของมันถูกนำเสนอในเชิงที่นิ่ง และเงียบ อีกทั้งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้การเรียนรู้มากมาย ทำให้ผู้ใช้แทบไม่ได้รู้สึกแตกต่างของการเปลี่ยนแปลง และเสียเวลายุ่งยากในการเรียนรู้อะไรมากนัก

Semantic Web หรือเว็บเชิงความหมาย นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่สำหรับปัจจุบัน และสามารถต่อยอดได้กว้างในอนาคต Semantic Web อาศัยการนำเสนอโครงสร้างการอธิบายข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือระบบที่ประมวลผลอยู่นั้นรับรู้ และเข้าใจในแง่ของความหมายได้มากขึ้น คำสั่งที่ใช้ใน Semantic Web นั้นเป็นคำสั่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถนำไปประมวลผลต่อได้ ที่สำคัญยังสามารถนำข้อมูลต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันมาเชื่อมโยงกันเพื่อทำให้การค้นหาง่ายขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบันจะถูกแทรกไปใช้กับเครื่องมือค้นหาชื่อดังอย่าง Google, Yahoo ที่ปรากฏบน Facebook และ Bing ส่วนประกอบที่สำคัญของการทำงานภายในของ Semantic Web นั้นคือรูปแบบโมเดลแนวคิดที่เรียกว่า ออนโทโลยี (Ontology)

ตีกรอบเพื่อจำกัดองค์ความรู้ด้วย Ontology

หากให้ผู้เขียนอธิบายการทำงานเชิงลึกของออนโทโลยี (Ontology) นั้นเกรงว่าผู้อ่านจะต้องใช้เวลานานในการทำความเข้าใจ อีกทั้งเนื้อหาที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นก็เข้าข่ายย่อยยากประมาณหนึ่ง ก็เลยต้องขอนิยามให้เข้าใจง่ายที่สุดว่า ออนโทโลยี (Ontology) นั้นเป็นการตีกรอบแนวคิดในการอธิบายข้อมูลในขอบเขต หรือโดเมน (Domain) หนึ่งๆ สำหรับแก้ปัญหา ความซับซ้อนกำกวมของข้อมูลให้สามารถเข้าใจความหมายของข้อมูลร่วมกันได้มีความสามารถในการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Share) และสามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ได้ (Reuse) และมีความสามารถในการถ่ายทอดคุณสมบัติ การนำออนโทโลยีมาใช้งานจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแชร์ข้อมูล และแยกองค์ความรู้ออกจากฐานข้อมูล

เมื่อข้อมูล และสารสนเทศทุกตัวมีความหมาย อนาคตเทคโนโลยีเว็บกำลังเปลี่ยนไป

เมื่อได้ทราบการทำงานของเว็บเชิงความหมาย อย่าง Semantic Web และทราบแนวคิดการทำงานภายในผ่านออนโทโลยี (Ontology) แล้วจะเห็นว่า ทิศทางของเว็บที่ปรากฏตั้งแต่เริ่มแรก จนถึงยุคของการแบ่งปันจากผู้ใช้ อย่าง Web 2.0 และเครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่าง Social Network ทำให้เกิดข้อมูลที่เกินความจำเป็นหรือ Information Overload ที่บางครั้งเมื่อเราทำการค้นหาแล้ว กลับได้ข้อมูลที่ไม่ได้ตรงตามความต้องการ หรือความหมายของเราเท่าใดนัก หากให้ย้อยกลับไปตั้งแต่ยุคเริ่มต้อนของเว็บไซต์จะพบว่า ยุคแรกของเทคโนโลยีเว็บ ได้ก่อกำเนิดขึ้นนั้นพฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์เพื่อรับสารสนเทศ หรือข้อมูลนั้นมักจะได้รับองค์ความรู้เชิง Explicit Knowledge หรือองค์ความรู้ที่อยู่ในรูปแบบของการจัดเก็บ ที่พร้อมจะให้สืบส้น โดยถูกวิเคราะห์แปลงรูปจากเอกสาร และบันทึกโดยส่วนมากจะเกิดจากเจ้าของเว็บไซต์เองที่จัดทำ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยุคแรกจึงต้องเชื่อถือ และใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาเรียนรู้

ในยุคต่อมาช่วงของ Web 2.0 เกิดขึ้น Blog, Facebook, Twitter และ Wiki ที่ปรากฏมากมายต่างผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องกลายเป็นการกระจายองค์ความรู้ในรูปแบบ Tacit Knowledge นั่นคือองค์ความรู้เฉพาะเรื่อง และเฉพาะบุคคล ได้ทำการบันทึกและแบ่งปันในแง่ของเนื้อหาและคุณภาพ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ข้อมูลสารสนเทศในยุคนี้ถือว่า มีการยืดหยุ่นและ ใช้ตัดสินใจได้ระดับหนึ่ง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ข้อมูลเนื้อหาจากเว็บที่มีอยู่ดั้งเดิม และ ข้อมูลจาก Blog ที่ปรากฏขึ้นมาใหม่โดยผู้ใช้ด้วยกันมีจำนวนที่มาก ในแง่คุณภาพคงไม่เป็นปัญหามากนัก แต่ในแง่ของความซ้ำซ้อนของข้อมูลมีผลต่อความรวดเร็วในการแสดงผล และปัญหาอื่นที่เกิดจากข้อมูลที่นับวันจะเททับกันเป็นกองจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตนี้

เทคโนโลยีแนวคิดของ Semantic หรือการจัดการเชิงความหมายจึงถูกนำเข้ามาใช้จัดระเบียบของข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ให้เป็นหมวดหมู่มากขึ้น เพื่อง่ายแก่การถูกดึงออกมาใช้ ซึ่งการเปลี่ยนข้อมูลให้อยู่ในรูปของ หมวดหมู่ประเภทเดียวกันโดยอ้างถึงความหมาย ผ่าน Semantic Web นี้จะทำให้อนาคตของเทคโนโลยีเว็บในยุคถัดไปจะเป็นการการจัดการเนื้อหา หรือคอนเท็นท์ในเชิงความหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาด (Intelligent Agents) มาช่วยในการประกอบกิจกรรมและสืบค้นข้อมูลของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น ดังภาพที่ปรากฏ

สำหรับ การทำงานถ้าหากว่ายังมองไม่เห็นภาพให้ลองเข้าไปใช้บริการของ Eventpro ดูครับที่

http://www.eventpro.in.th

หลักการทำงานในการค้นหานั้นใช้หลักในการแปลประโยค เช่น พิมพ์ว่า “วันนี้ที่สยาม” หรือ “พรุ่งนี้ที่สยาม” จะได้ข้อมุลงาน Event ของ วันนี้ที่ Siam Paragon หรือ งาน Event ที่จะจัดวันพรุ่งนี้ที่ Siam Discovery ก็ได้ ลองไปเล่นดูกันได้ครับ

สนับสนุนโดย

Asst. Prof. Banyapon Poolsawas

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบเชิงโต้ตอบ และการพัฒนาเกม วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท Daydev Co., Ltd, (เดย์เดฟ จำกัด)

Related Articles

Leave a Reply

Back to top button
Game & Mobile Development AR VR XR
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.

Adblock Detected

เราตรวจพบว่าคุณใช้ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ,กรุณาปิดระบบ Adblock ก่อนเข้าอ่าน Content ของเรานะครับ, ถือว่าช่วยเหลือกัน