Applications and Tools

Google, Facebook และ Apple ศึกยักษ์ชิงความเป็นหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต

Internet Warสถานการณ์บนโลกอินเทอร์เน็ตในตอนนี้ คงเป็นภาวะที่คล้ายคลึงกับสถานการณ์ในพงศาวดารจีนอย่างสามก๊ก ที่ต้องมีการชิงไหวพริบวางกลยุทธ์เพื่อทำศึก และเฝ้าศึกษาการทำยุทธ์พิชัยสงครามของฝ่ายตรงข้ามแต่ละฝ่ายเพื่อครองความเป็นใหญ่ในผืนแผ่นดิน แน่นอนว่าบนโลกอินเทอร์เน็ตก็ถูกแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ Google, Facebook และ Apple ถามว่าฝ่ายไหนได้เปรียบที่สุดคงจะตอบไม่ได้เพราะ แต่ละฝ่ายต่างมีดีติดตัวมาร่วมศึกกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Google ที่มีฐานสมาชิกบนโลกอินเทอร์เน็ต กับเครื่องมือค้นหาที่ได้รับความนิยม อีกทั้งระบบโฆษณาที่ทั่วโลกให้การยอมรับ Facebook ที่นับวันกำลังจะไล่ตามทัน Google เพราะทีเด็ดที่มากับ ระบบเครือข่ายสมาชิกอีกทั้งเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดที่ยอดเยี่ยมโดยใช้ผู้เล่นในระบบเครือข่ายเป็นตัวหลักในการผลักดัน และประชาสัมพันธ์สินค้าบริการ ผ่านเกมเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้องสุดท้ายคือ Apple ที่แม้จะมีกลยุทธ์ที่ดำเนินช้ากว่า 2 ยักษ์ใหญ่บนโลกออนไลน์แล้ว บนแพลตฟอร์มของอุปกรณ์ Apple ถือว่าเป็นผู้นำในเรื่องของการเปลี่ยนโลกทัศน์ที่นับวันจะมีไม้เด็ดออกมาสู่สายตาผู้ใช้งานในยุคของอินเทอร์เน็ตเป็นใหญ่นี้

เร่งรับปรับกลยุทธ์

 

แม้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีอาวุธที่ยอดเยี่ยมในการสู้ศึกในสงครามออนไลน์ ที่สถานการณ์ของสงครามตอนนี้นับวันพร้อมที่จะประทุ และคุกคามจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปถึงแพลตฟอร์มอื่น เช่น อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งแต่ละฝ่ายนั้นคงไม่นิ่งนอนใจ และเชื่อมั่นในอาวุธที่ใช้ฟาดฟันได้เต็มที่เท่าใดนัก เพราะหากไม่รู้ศาสตร์ในการวางกลศึก ไม่ทราบกำลังของศัตรู แม้จะมีอาวุธที่ร้ายกาจ และมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมเพียงใดก็อาจจะมีสิทธิเพลี่ยงพล้ำ และแพ้ศึกได้แน่นอน ซึ่งตอนนี้ทั้งสามฝ่ายอย่าง Google, Facebook และ Apple ต่างเฝ้าติดตามกัน และกัน อีกทั้งก็เริ่มที่จะปรับกลยุทธ์ใหม่ไปพร้อม โดยมีเป้าหมายหลักก็เพื่อจะครองใจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด

Google ได้ปรับแผนดำเนินการขององค์กรใหม่ หลักจากที่ Larry Page เข้ารับตำแหน่ง CEO โดยหวังว่าการปรับแผนองค์กรใหม่ของ Google ในครั้งนี้จะทำให้ Google สามารถทิ้งระยะให้ห่างจาก Facebook ที่นับวันจะวิ่งไล่ทันเข้าทุกทีให้ห่างมากขึ้น โดยการแต่งตั้งให้ผู้บริการระดับสูง 6 คนประจำตำแหน่งรองประธานอาวุโสในฝ่ายต่างๆ ทั้ง 6 ฝ่าย เพื่อเป็นการควบคุมการแบ่งแยก Product Area ของ Google ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ผู้เขียนมีความเห็นว่าการแบ่งรองประธานอาวุโสประจำแต่ละฝ่ายในครั้งนี้จะมีผลต่อการดำเนินงานของ Google ได้มากขึ้นนั้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Google สามารถดำเนินแผนงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความกระชับมากขึ้นกว่าเดิม ล่าสุด Google เร่งรัดพัฒนา ระบบปฏิบัติการที่กำลังจะใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาอย่างแท็บเล็ตที่คาดว่าจะเป็นโครงการที่มีความลือว่าจะถูกพักเก็บอาจจะดึงขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่อย่าง Chrome OS ที่มีการทำงานผ่านระบบ Virtualization หรือ Cloud Computing และ แพลตฟอร์มบนสมาร์ทโฟนอย่างระบบปฏิบัติการ Android ที่ตอนนี้ทาง Google เตรียมแผนการ ที่ปรับเปลี่ยนมาตรฐานของการพัฒนาเจ้าระบบปฏิบัติการตัวนี้จากค่ายพัฒนาอิสระ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกฎของ Google ตั้งขึ้นเพื่อจะได้ไม่เกิดข้อแตกต่างในรุ่นของระบบปฏิบัติการ Android ที่ถูกแยกย้ายพัฒนาจากหลายแห่งมากจนเกินไป

สำหรับ Facebook ที่ตอนนี้กำลังมาแรง และกำลังจะกำหนดการเป็นมาตรฐาน แม้กระทั่งเครื่องมือค้นหาหรือ Search Engine ชื่อดังอย่าง Yahoo ยังอาศัยบุญของเจ้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ตัวนี้ไปด้วย ซึ่งกลยุทธ์ในการสร้าง เครือข่ายที่รองรับการทำการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้น ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักของ Facebook ที่น่าจะดำเนินไปตามแผนดำเนินการเดิมที่ตั้งไว้ แต่ใครจะทราบว่าช่วงหลังมีกระแสข่าวลือบนโลกอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเจ้าบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ตัวนี้อย่างหนาหู อาจจะเพราะกรรมการผู้จัดการ หรือ CEO ของ Facebook นาย Mark Zuckerberg มีแฟนสาวเป็นชาวจีน ซึ่งมองดูเผินๆ อาจจะไม่เกี่ยวอะไรแต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว Facebook มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นเพราะอาจจะเป็นไปได้ว่า Facebook กำลังมีกลยุทธ์ที่จะเข้าถึงกลุ่มประชากรที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก และ ยังเป็นประเทศที่กำลังจะก้าวหน้าในเรื่องของเทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างประเทศจีน ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวยังไม่ได้ถูกเปิดเผย และอาจะเป็นเพียงข่าวลือหรือไม่ ผู้เขียนก็คงไม่สามารถยืนยันได้ เพราะเป็นเพียงข้อความที่ถูก Tweet ขึ้นไปผ่านบัญชีของ Hu Yanping ผู้ก่อตั้ง DCCI หรือ ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Data Center of the China Internet) ซึ่งเป็นข้อความที่กล่าวถึง Facebook ว่าได้ตกลงร่วมมือกับเครื่องมือค้นหาชื่อดังของจีนอย่าง Baidu แล้ว ไม่ว่าข้อความดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ ผู้เขียนมีความเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้น เพราะ Facebook เตรียมหาโอกาสในการเป็นคู่แข่งกับ Google มาโดยตลอด การหาพันธกิจ อย่าง Yahoo และ Baidu นั้นก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด การที่ Facebook ก้าวเข้าไปเป็นสร้างเครือข่ายบนประเทศจีนนั้นถือว่าเป็นการปูทางให้แก่ผู้ใช้งานภาคธุรกิจของจีน ที่จะเริ่มหันมาใช้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งยังถือว่าเรื่องที่แปลกมากในการสร้างสื่อใหม่ในประเทศจีนที่แม้แต่ Google เองนั้นก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้มาเป็นเวลานานแล้ว ที่สำคัญผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าประชากรญี่ปุ่นนั้น ไม่นิยมใช้ Google เป็นเครื่องมือค้นหา กลับใช้บริการของมากกว่า Yahoo เป็นไปได้ว่าเป้าหมายของ Facebook คือ 2 ประเทศนี้ที่ขึ้นชื่อว่าก้าวหน้าระดับต้นๆ ในเอเชีย

Apple ถือว่าเป็นฝ่ายที่มีความแรงในความเป็นที่หนึ่งในเรื่องของ สมาร์ทโฟน และ คอมพิวเตอร์พกพาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว วัดได้จากยอดขายสมาร์ทโฟน iPhone และ iPad ที่เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นชัดว่าการสื่อสารบนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ฝ่ายเดียวแต่อย่างใด บนแพลตฟอร์มของสมาร์ทโฟนยัง ล่าสุดบริการ iAd ที่ Apple นำเสนอว่าจะเป็นบริการจัดการสื่อโฆษณาออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน iPhone และ iPad หรือ App Store ช่องโหว่บางอย่างของเว็บบราวเซอร์ในอุปกรณ์สมาร์ทของแต่ละค่าย แต่ละระบบปฏิบัติการจะมีการแสดงผลป้ายโฆษณา หรือ ลิงค์อักษรโฆษณาที่แตกต่างกันไป ในสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมระดับแนวหน้าบางรุ่น อย่าง Android และ Apple นั้นบางทีการเข้าหน้าเว็บไซต์แทบไม่มีการแสดงผล โฆษณาออนไลน์จาก Google หรือ บริการ Google Adsense ให้ปรากฏออกมาแต่อย่างใด อีกทั้งในทุกวันนี้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนที่นับวันแทบจะทำธุรกรรมทุกอย่างผ่านแอพพลิเคชันทั้งหมดก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยที่ Apple จะสร้างบริการ iAd ที่มีรูปแบบธุรกิจที่คล้ายคลึงกับ Advertise Service อย่าง Google Adsense ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ มาเป็นเครือข่ายลองเชิงผ่านแอพพลิเคชันบน App Store อย่างบริการ iAd ที่น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตามองของ Apple ซึ่งผลดีของบริการนี้อาจจะเป็นสิ่งที่สามารถต่อยอดไปสู่การขายสื่อโฆษณาจากหน้านิตยสาร ไปสู่โฆษณาที่ปรากฏบนหน้าของ E-Magazine

The Internet War

 

แอพพลิเคชันที่ต่างกันเพียงแพลตฟอร์ม

ในเรื่องของตลาดแอพพลิเคชัน ถ้าวิเคราะห์บนแพลตฟอร์มของ สมาร์ทโฟนอาจจะมีการแข่งขันเพียง 2 ค่ายหลักคือ Android ของ Google และ iOS ของ Apple ที่ต่างพากันงัดลูกเล่น และชุดพัฒนาที่แสนจะอำนวยความสะดวกแก่เหล่านักพัฒนาให้สร้างสรรค์แอพพลิเคชันมากมาย ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้เลือกใช้กันไม่หวาดไม่ไหว ทั้งบน Android App Market และ App Store หากถามว่า Facebook ที่ไม่มีแพลตฟอร์มของแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบหรือเปล่า ผู้เขียนเห็นว่า ฝ่ายที่ดูจะสบายที่สุด และไม่ต้องเปลืองตัว เปลืองกำลังในศึกของแอพพลิเคชันบนแพลตฟอร์มนี้ นั่นก็คือ Facebook เพราะแอพพลิเคชันทุกตัวที่ปรากฏบน Store ของแต่ละค่าย ล้วนต้องมีการแทรกชุดโปรแกรมที่ต้องเชื่อมต่อกับบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ของ Facebook เกือบแทบทุกแอพพลิเคชัน ตั้งแต่แอพพลิเคชันจำพวกเกม ข่าว หรือ Feed RSS Reader ที่มาในรูปแบบของ E-Magazine อย่าง Flip Board ก็ยังต้องมีฟังก์ชันการทำงานสำหรับแบ่งปันข้อมูลที่เราสนใจผ่านหน้า Wall บนบัญชี Facebook ของเราให้เพื่อนในเครือข่ายของเราได้รับรู้กันโดยทั่ว อีกทั้งเกมต่างๆ ที่เราเล่นบนสมาร์ทโฟน ก็ยังมีการแบ่งปันคะแนนสูงสุดที่เราเล่นได้ผ่าน Facebook อีกด้วย

ดังนั้นแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนจึงเป็นแพลตฟอร์มที่ Google และ Apple จำเป็นต้องพึ่งพา Facebook ผู้เขียนอาจจะเปรียบสถานการณ์ในแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนตอนนี้ ให้เหมือนเรื่อง สามก๊ก ก็คงจะเปรียบว่า Facebook นั้นก็คงจะเหมือนฝ่ายของ ง่อก๊ก ที่นำโดยซุนกวน ที่ต้องชำนาญยุทธวิธีการทำศึกบนน่านน้ำ ซึ่งเป็นยุทธ์พิชัยศึกที่ จ๊กก๊ก ของเล่าปี่ และ วุยก๊ก ของโจโฉ ไม่ชำนาญ ทั้งสองฝ่ายอาจจำเป็นต้องพึ่งพา และยอมเสียเปรียบในการเป็นพันธมิตรแบ่งผลประโยชน์บางอย่างเพื่อช่วยเหลือในการทำสงครามที่บางครั้งที่ต้องอาศัยภูมิศาสตร์ทางน้ำและผู้ชำนาญ เป็นต้น

แต่ถ้ามองในส่วนของแพลตฟอร์มบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ทำงานผ่าน เว็บบราวเซอร์พื้นฐาน ทั้ง 3 ค่ายต่างมีลูกเล่นที่โดดเด่นเฉพาะอย่าง งัดมาต่อกรกันอย่างถึงพริกถึงขิง และคนที่เสียเปรียบในแพลตฟอร์มนี้กลับกลายเป็น Apple ที่แม้ว่า Apple จะมีบริการ ออฟไลน์/ออนไลน์ ที่ยอดเยี่ยมอย่าง iTunes และ เว็บบราวเซอร์ที่รวดเร็วแสดงผลสวยงามอย่าง Safari อีกทั้งยังขับเคลื่อนทุกสิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ ของ Apple อย่าง Mac OS ก็ตามยอดขายที่ปรากฏแม้จะมีปริมาณที่สูงพอควร ยอดขายส่วนใหญ่มาจากรูปลักษณ์ และความเป็นมาตรฐาน อีกทั้งอาจจะเป็นผลพลอยได้จากผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างiPhone บางกลุ่มที่ถูกใจระบบจึงลองหันมาเปลี่ยนใจใช้เครื่อง Mac แต่กระแสตอบรับ ส่วนมากกลับไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ในเรื่องของ Widget และ แอพพลิเคชัน บนแพลตฟอร์มของเครื่องคอมพิวเตอร์เท่าใดนัก อาจจะต้องยอมรับว่าลูกเล่นของเว็บบราวเซอร์มีผลต่อรายได้ที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง Firefox และ Google Chrome มี Add-on ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า Safari

ในตอนนี้ผู้อ่านหลายคนที่ใช้เครื่อง Mac อาจจะไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก แต่ผู้เขียนอาจจะต้องบอกให้ทราบว่า รายได้ที่มีต่อเนื่องอย่างเช่นรายได้ของโฆษณาแฝงผ่านแอพพลิเคชันส่วนเสริมอย่าง Add-On แม้จะไม่มากเท่ายอดขายของตัวอุปกรณ์เช่นเครื่อง Mac แต่ปีหนึ่งยอดขายอุปกรณ์อย่างเครื่อง Mac นั้นทำรายได้เพียงแค่ช่วงไตรมาสที่ 3 เพียงรอบเดียว แต่รายได้จากโฆษณานั้น เป็นอัตราที่ได้รับ มาก-น้อย ต่อเนื่อง แต่ได้ทุกไตรมาสเมื่อทำการวิเคราะห์ และประเมินผลโดยเฉลี่ยแล้วเป็นรายได้ที่ไม่ต่างกันเท่าใดนักในแพลตฟอร์มนี้

Add-On และส่วนเสริมจึงเป็นอีกช่องทางที่ Google และค่ายเสรีอย่าง Firefox นั้นหันมาใช้เป็นช่องทางสร้างรายได้ โดยการแทรกโฆษณา ผ่านป้ายอักษร และลิงค์ตัวอักษรเมื่อมีการเปิดใช้แอพพลิเคชัน มองไปที่ Google Chrome Web Store จะเห็นว่าแอพพลิเคชันบางตัวนั้นให้ชำระเงินเพื่อซื้อ Feature หรือคุณลักษณะเด่นบางอย่างที่ตัวทดลองใช้ ไม่สามารถทำได้แต่ผู้ใช้งานที่สนใจ เห็นแล้วรู้สึกยอมรับกับอัตราการจ่ายเงินเพื่อซื้อแอพพลิเคชันตัวเต็มโดยไม่ลังเล เพราะราคาของแอพพลิเคชันเหล่านี้ไม่สูงมาก ยิ่ง Firefox นั้นผู้พัฒนา Add-On สามารถเพิ่มเว็บไซต์ของผู้พัฒนา และปุ่มบริจาค Donate Button ให้แก่ผู้ที่สนใจแอพพลิเคชัน นั้นสามารถชำระเงินเพื่อสนับสนุนโครงการในการพัฒนา Add-On ที่โดนใจนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไป ในส่วนของ Facebook เองก็ยังคงมีการปล่อยชุดพัฒนาให้แก่นักพัฒนา หรือ API ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมร่วม นักพัฒนาหลายแห่งเริ่มหันมาพัฒนาแอพพลิเคชันผ่านมาตรฐานของ Facebook โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทสินค้า และบริการที่ต้องการประชาสัมพันธ์บริการ และสินค้ามักจะสร้าง มินิเกม หรือ เกมออนไลน์  ที่ปรากฏในรูปของแอพพลิเคชันบน Facebook มากขึ้น ซึ่งมินิเกมที่โปรโมตสินค้า และบริการเหล่านี้นอกจากจะใช้ชุดพัฒนาของ Facebook แล้วยังสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างสินค้าในเกมผ่านผู้ให้สนับสนุนเงินทุนผ่าน Virtual Goods ได้อีกด้วยทำให้ ถ้าให้ประเมินสภาพการณ์แล้ว แพลตฟอร์มที่ Facebook กำหนดขึ้นให้นักพัฒนาใช้พ่วงกับข้อมูลของบริการเครือข่ายของตน นั้นมีผลที่เอื้ออำนวยต่อนักการตลาดออนไลน์ที่จะผลักดันแบรนด์ของสินค้า และบริการให้อยู่ในรูปของ เกม เพื่อความบันเทิงได้มากขึ้น อ้างอิงสถิติจาก eMarketer 2010 จะพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต มักจะใช้เวลาบน Facebook ไปกับความท้าทายของตัวแคมเปญออนไลน์ ที่ส่วนใหญ่มักถูกนำเสนอในรูปแบบของเกม

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.emarketer.com, 2010

 

ทำเนียบที่สั่นคลอนของ Google

หากพูดในเรื่องของ อาณาจักรหรือพื้นที่ที่ถูกควบคุมในอินเทอร์เน็ตแล้ว Google คงจะเป็นมาตรฐานที่เป็นใหญ่มาโดยตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาการที่นักการตลาดจะทำการ ปั่นกระแส และโปรโมทเว็บไซต์ หรือแคมเปญการตลาด และกิจกรรมออนไลน์ให้ดังเพื่อจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างต่างต้องใช้เทคนิคการทำ Search Engine Optimization หรือ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ หรือแคมเปญออนไลน์ที่ตนดูแลติดอันดับต้นของเครื่องมือค้นหาอย่าง Google โดยอาศัยสิ่งที่ช่วยในการจัดอันดับที่เรียกว่า Page Rank ธุรกิจการบริหารเว็บไซต์ให้ติดอันดับเครื่องมือค้นหา หรือการทำ Search Engine ผ่านบริการ Adwords เพื่อให้ข้อความในการเชิญชวน และประชาสัมพันธ์โปรโมทเว็บไซต์นั้นผ่านหู ผ่านตาผู้สนใจให้ได้มากที่สุด ตรงกันข้ามถ้าหากว่ากลุ่มผู้สนใจในเรื่องเรื่องหนึ่ง ต้องการค้นหา หรือคำแนะนำจากคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันเกี่ยวกับ แคมเปญ สินค้า และบริการนั้น กลับใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook เป็นตัวช่วยในการค้นหา เพราะ Facebook ในตอนนี้มีคุณลักษณะที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเอาใจผู้ใช้ในแต่ละกลุ่มให้สามารถแสดงผลให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานเครือข่ายสนใจจริงๆ จะต่างกันก็เพียงแค่ในตอนนี้ Facebook ยังคงมีนโยบายความเป็นส่วนตัวค้ำหัวอยู่ จึงอยู่ในมาตรฐานกึ่งเปิด (Semi-Close Platform) อาจจะเห็นว่าตอนนี้ Traffic ของ Facebook ยังคงมีน้อยกว่าและตามหลัง Google อยู่บ้าง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ การใช้เครือข่ายที่ชาญฉลาด และผลลัพธ์ของการค้นหาที่แน่นอนตรงความต้องการผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของเพื่อนที่เรามี อาจจะทำให้มาตรฐานของ Facebook จะสามารถเติบโตได้เทียบเท่ากับ Google ได้ ลองคิดเล่นๆ ถ้าวันหนึ่งทุกคนเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเข้าเว็บแรกเป็น Facebook ไม่ใช่ Google อีเมล์ก็ใช้ Fan Page, Group และ Wall ของตัวเอง สนใจซื้อสินค้าก็ตัดสินใจรีวิวจากเพื่อนในเครือข่ายและจับจ่ายผ่านแอพพลิเคชันบน แพลตฟอร์มของ Facebook ดีไม่ดีอนาคตเปิดคอมพิวเตอร์อาจจะต้องใช้ Facebook Account ในการเข้า Login เข้าใช้งานเครื่องก็เป็นไปได้ ที่สำคัญทุกสิ่งที่ปรากฏบน Facebook นั้นล้วนเป็น Real-Time

สิ่งที่ผู้เขียนยกขึ้นมาข้างต้นนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ Google พอจะประเมินอนาคตของตัวเองได้ ไม่นานมานี้เผยโครงงานที่ทาง Google ซุ่มพัฒนาก็ได้เปิดตัวให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกได้เห็นโดยทั่วกัน โครงงานดังกล่าวมีชื่อว่า Google Caffeine เป็นการยกเครื่องปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของระบบการค้นหาขึ้นมาใหม่โดยมีแนวคิดว่า Next Generation Architecture of Google Search ซึ่งเป็นไม้ตายที่ Google บอกว่าจะมาแทนที่โครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบดั้งเดิมคือ Google Indexing ในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นการปรับการทำงานของ Google ให้เป็น Real-Time เหมือนที่เคยสร้าง Google Wave ขึ้นมาแน่นอน ในเรื่องของการแย่งชิงอาณาเขตบนโลกออนไลน์นี้คงจะมีคำถามเกิดขึ้นว่าแล้ว Apple อยู่ตรงไหน ผู้เขียนคิดว่าสำหรับ Apple ในตอนนี้คงครองฐานสมาชิกผู้ใช้บนแพลตฟอร์มพกพาไปก่อน ในเรื่องของอินเทอร์เน็ตนั้นผลพลอยได้ที่ Apple ได้รับดูจะกดดันน้อยที่สุดหากเทียบกับศึกของ Google และ Facebook

บทสรุป

ศึกครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แต่ละฝ่ายต่างยกระดับของแพลตฟอร์มที่เป็นไม้ตายของตนให้โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดชัยชนะของแต่ละฝ่ายว่าจะลงเอยที่ใคร เพราะถ้าชัยชนะลงเอยที่ฝ่ายไหนก็พึงรู้ไว้ว่า พฤติกรรมของผู้ใช้ก็จะเปลี่ยนกลายเป็นแนวทางที่นิยมบนแพลตฟอร์มของผู้ชนะในศึกนี้นั่นเอง

บทความนี้เป็นงานเขียนของผมที่ตีพิมพ์ที่นิตยสาร E-commerce ฉบับเดือนมิถุนายน 2011

 

ประเด็นที่เขียนนี้ผมได้ ขยายความผ่านรายการ App Gang Interactive TV ช่อง True Vision 67 ด้วยนะครับ สามารถชมกันต่อข้างล่างได้เลย…:)


Get Adobe Flash player

Asst. Prof. Banyapon Poolsawas

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบเชิงโต้ตอบ และการพัฒนาเกม วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท Daydev Co., Ltd, (เดย์เดฟ จำกัด)

Related Articles

Leave a Reply

Back to top button
Game & Mobile Development AR VR XR
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.

Adblock Detected

เราตรวจพบว่าคุณใช้ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ,กรุณาปิดระบบ Adblock ก่อนเข้าอ่าน Content ของเรานะครับ, ถือว่าช่วยเหลือกัน