สมัยเด็กเวลาที่เราเรียนหนังสืออยู่คงมีหลายคนเคยที่หยิบเอาสมุด หรือหนังสือเรียนมาวาดการ์ตูนทีละเฟรม แล้วเอานิ้วรูด พลิกสันหนังสือให้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องให้เพื่อนๆ ดูกันตอนนี้ไอเดียคลาสสิคแบบนี้มาอยู่บน facebook แล้ว

สมัยเด็กเวลาที่เราเรียนหนังสืออยู่คงมีหลายคนเคยที่หยิบเอาสมุด หรือหนังสือเรียนมาวาดการ์ตูนทีละเฟรม แล้วเอานิ้วรูด พลิกสันหนังสือให้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องให้เพื่อนๆ ดูกันตอนนี้ไอเดียคลาสสิคแบบนี้มาอยู่บน facebook แล้ว

ต้องยอมรับว่า Social Media หรือสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นผู้ครองตลาดเจ้าเดิมอย่าง Facebook, Twitter, YouTube และ foursquare อีกทั้งยังมี Google+ ที่ทาง Google ได้คลอดออกมา ด้วยความแรงแซงโค้งเพราะเฝ้าจับตามองรุ่นพี่อย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์รุ่นพี่ที่ออกมาแล้ว

สำหรับยุคนี้ที่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนนักการตลาดออนไลน์ก็เลือกที่จะใช้ Social Media และ Search Engine Marketing ซึ่งกลายเป็นสกิลหนึ่งที่จำเป็นสำหรับอาชีพนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะการสร้างแคมเปญที่น่าสนใจผ่าน การทำ SEO/SEM ซึ่งถ้าทำได้ ทำดีแบรนด์ต่างๆ ก็จะว่าจ้างแน่นอน และนั่นคือรางวัลการันตีความสำเร็จของคุณ แต่แล้วก็ได้เกิดคำถามหนึ่งขึ้นบนอินเทอร์เน็ตว่าแล้วการทำการตลาดผ่าน Social Media กับ Search อันไหนได้ผลกว่ากัน เอาเป็นว่ามี Infographic ตัวหนึ่งอธิบายเรื่องนี้ได้ครับ

เจ้าบริการ Google Alert ของผมมันเตือน Topics ที่ Google จับ Caches ของเนื้อหาเว็บไซต์เกี่ยวกับ "Advertising" ที่ผมตั้งไว้ได้เมื่อวันที่ 26 Mar 2012 หัวข้อดังกล่าวมันสะท้อนความคิดที่เคยคิดว่สวันหนึ่ง Service แบบนี้มันต้องมีสักวัน และแล้วมันก็เป็นจริงแล้วกับบริการโฆษณาบน Twitter สำหรับ SMEs หรือธุรกิจขนาดย่อมครับ

เป็นระยะเวลาไม่นานนักที่ Pinterest เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตโดยเฉพาะเหล่า Influencer และ Brand ดังหลายเจ้าเริ่มเข้าไปปักหมุด อีกทั้งผู้ใช้งานทั่วไปอย่างพวกเราก็นิยมใช้บริการเพราะความสวยงาม ง่าย และเป็นอะไรที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ผ่านความ "สนใจ" ของเราต่ออย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้ในตอนนี้เหล่าทางเลือกของบริการ Share your Interests นั้นก็ปรากฏขึ้นมามากมาย ทั้งที่เคยสร้างมาก่อน, Re-Branding และ Re-Engine ก็ได้โผล่ขึ้นมานำเสนอทั่วทุกมุมโลก ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งการแบ่งปันสิ่งที่คุณสนใจ

สิ่งที่ท้าทายเหล่านักการตลาดออนไลน์ และแบรนด์เมเนเจอร์ มากที่สุดก็คือ การจะทำ Viral Marketing หรือการตลาดแบบบอกต่อยังไงให้เป็นกระแสให้มากที่สุด แน่นอนไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออยู่ในองค์กรไหน คุณก็คงอยากให้แบรนด์ของตนมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นกระแสบอกต่อ

การทำ Media Planner ให้กับลูกค้านั้นถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์ และศิลปะในการคิดวางแผน บางครั้งมันก็ง่ายเพียงแค่ไปติดต่อขอเล่นแบนเนอร์โฆษณาบนเว็บไซต์ตามช่วงระยะเวลาต่างๆ แต่ถ้าหากว่าลูกค้าของเราต้องการเล่น Cam Paign ผ่าน Advertising แบบ PPC หรือ CPC อย่างพวก Google, Facebook Advertising และผู้ให้บริการ Publisher หลายแห่ง พอเล่นไปสักพักมักจะประสบปัญหาที่ว่าลูกค้าต้องการคำตอบว่าเล่นกับบริการไหนดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคนทำ Media Plan เลยว่าจะบอกลูกค้าว่าเล่นอะไรดี เอาเป็นว่าผมมีกรณีศึกษามาให้ดูกันครับ ถ้าเจอเคสแบบนี้เราจะวัดผลการลงโฆษณากับบริการต่างๆ ยังไงและตัวไหนควรแนะนำให้ลูกค้าเล่นโฆษณาต่อ

ในยุคที่นักการตลาดต่างต้องดิ้นรนสร้างแบรนด์ของตนให้เป็นที่รู้จัก หรือมีชื่อเสียงนั้น Social Media Marketing ทุกรูปแบบถูกนำมาใช้งานกันอย่างเอาเป็นเอาตายสุดท้ายผลลัพธ์ที่หลายองค์กรทราบดีถึง ROI ที่ดีที่สุดนั้นไม่ใช่ Social Network และ SEO หรือ Search Engine Optimization แต่เครื่องมือที่สร้าง ROI ได้มากที่สุดนั้นกลับกลายเป็น E-Mail Marketing ที่มีการใช้งานกันมาตลอดตั้งแต่ช่วงปี 2000 หรืออาจจะตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ต และการตลาดบนโลกออนไลน์กำเนิดขึ้นก็เป็นได้

แม้ว่าตอนนี้ Social Media หรือสื่อสังคมอาจจะไม่ใช่อะไรที่ใหม่เกินไปแล้วกับอาชีพนักการตลาดออนไลน์ ที่ต่างรู้ดีว่าSocial Media หรือสื่อสังคมอทั้งหลายอย่าง Facebook, Twitter, YouTube และสื่อตัวอื่นที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ตนั้น ความแรงของสื่อที่พูดถึงตลอดปี 2009 – 2012 นี้ก็ยังคงหยุดไม่อยู่หลายองค์กรเริ่มมีการนำสื่อสังคมอย่าง Social Media ไปใช้กับกลยุทธ์การตลาดหรือที่เรียกว่าSocial Media Marketing ซึ่งมีทั้งเป็นกระแสี่ฮือฮาสร้างความแปลกใหม่ อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องมือวิจัยแนวโน้มของผู้บริโภคได้อย่างดี แต่นักการตลาดออนไลน์หลายคนอาจจะมีคำถามอยู่ในใจเป็นคำถามเดียวกันแน่นอนว่าในเชิงธุรกิจนั้น Social Media Marketing นั้นสามารถสร้างรายได้ให้แก่องค์กรในทางอื่นได้นอกเหนือจากการทำการตลาด และ PR นั้นมีหรือไม่ และ Social Media Marketing นี้มีอะไรพิสูจน์ความสำเร็จของมันได้บ้าง

ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของเทคโนโลยี QR Codes อย่างประเทศญี่ปุ่น ก็คงยังไว้ลายในการนำเสนออะไรเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของชาติตัวเองได้อย่างน่าสนใจเหมือนเดิม อย่างแคมเปญของที่เล่นกับ Memorial Stone Maker


ผลิตภัณฑ์ของกูเกิลนั้นมีจำนวนมากมาย และหลายๆ ผลิตภัณฑ์ก็ส่งผลวิถีชีวิตเราๆ และโลกใบนี้อย่างมากมายมหาศาล เหล่านี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของนวัตกรรมที่เชื่อว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ภูมิใจในตัวกูเกิล
หลังจากที่ปล่อยให้ facebook เป็นมหาอำนาจแห่งโลกสังคมออนไลน์มาเป็นเวลานาน ในที่สุดกูเกิลยักษ์ใหญ่แห่งโลกอินเตอร์เน็ตก็ออกอาวุธใหม่มาตอบโต้กับเขาบ้างแล้วกับ Google+ (หรือ G+) เครือข่ายสังคมออนไลน์ล่าสุดจากกูเกิล หลังจากที่พลาดหวังมาครั้งแล้วครั้งเล่ากับ Orkut (มีคนใช้อยู่ไม่กี่ประเทศ) หรือกับ Google Buzz (ดังแบบเงียบๆ) ซึ่งเพียง 2 สัปดาห์ก็มีผู้ใช้ทะลุ 10 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นการเปิดตัวที่แรงมากๆ แต่จะแรงเบียด facebook, Twitter ได้หรือไม่คงต้องใช้เวลาพิสูจน์กันอีกสักหน่อยล่ะครับว่า สุดท้ายแล้วจะเป็นกระแสเห่อเพียงชั่วคราวหรือเปล่า

หลายปีที่ผ่านมานี้แทบจะไม่มีวันไหนเลยที่ผู้เขียนไม่เคยเข้าเว็บไซต์ Google ขนาดตอนไปเที่ยวต่างจังหวัดหากพบว่าจุดไหนที่สมาร์ทโฟนสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ก็จะต้องเข้า Google อย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนหน้านี้ Google เป็นที่รู้จักจากการเป็นเครื่องมือค้นหาหรือ “Search Engine” ที่โด่งดังมากที่สุดในโลกแซงหน้ารุ่นพี่อย่าง Yahoo
