การรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์สินค้า และบริการของผู้บริโภค ผ่านการลงทะเบียนติดตามข่าวสารอัพเดตข้อมูลสินค้านั้นจำเป็นจะต้องใช้ Social Media อย่างระบบ Social Login เข้าช่วยเหลือบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ

การเข้าใจในพฤติกรรม ของผู้บริโภคออนไลน์ในการตัดสินใจจะซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต คือความท้าทายที่สุดสำหรับนักการตลาดออนไลน์ในตอนนี้ 4 ใน 5 ของเว็บไซต์ที่ต้องขายสินค้าออนไลน์ที่ต้องมีการลงทะเบียน และเข้าระบบเพื่อไปติดตามข่าวสาร หรือซื้อสินค้านั้นต่างให้เหตุผลที่ใกล้เคียงกันคือ รู้สึกเหนื่อยที่ต้องหาช่องทางจากเว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ดอื่นๆ เพื่อเชิญชวนให้ผู้บริโภคกลุ่มใหม่เข้ามาสมัครสมาชิก หรือสำหรับผู้บริโภคกลุ่มเก่าให้เข้ามาเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์เพื่อติดตามโปรโมชั่น แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Network มากมายเช่น Facebook, Twitter, YouTube และ Google+ แล้วก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคที่ติดตาม และอ่าน News Feed จากเครือข่ายเหล่านั้นจะกลับเข้ามาซื้อสินค้า หรือเข้าระบบในการซื้อสินค้าของเว็บไซต์ที่มีเพียง Landing Page ที่มีคอนเท็นต์หรือเนื้อหาที่น้อยนิด


ตัวอย่างเว็บไซต์ Reebonz.com ที่ต้องไปสร้างเว็บไซต์ Reebonz.co.th เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และชักชวนสมาชิกเก่า-ใหม่ให้เข้ามาสร้าง Community ที่เว็บไซต์เพื่อโยงไปหน้าการซื้อขายต่ออีกทีที่เว็บ Reebonz.com ที่มีแค่หน้ากรอกข้อมูล และเข้าสู่ระบบ เป็นต้น
แต่ใครจะรู้ว่าเว็บไซต์ด้าน E-Commerce ที่โดนข้อจำกัดเรื่องของการใช้หน้า Landing Page หรือต้องการเพิ่มยอดคน Subscript อีกทั้งติด Policy จากบริษัทแม่ไม่ให้กระทำการใดๆ กับ Domain Name ของตนอย่างที่ตัวอย่างที่ผมยกมาให้นั้น มีลำดับขั้นตอนตายตัว และสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พฤติกรรมของลูกค้า อย่างเช่นในปี 2010 นั้นจะเห็นว่า เว็บไซต์ด้าน E-Commerce ที่มีหน้าลงทะเบียนนั้น 25% มีการลงทะเบียนจากผู้บริโภคที่สนใจในบริการ และสินค้า 54% เห็นหน้าลงทะเบียนแล้วไม่สนใจ ออกจากไซต์ ไม่กลับมาทันที แต่ในปี 2011 ที่ผ่านมากลับ การตัดสินใจลงทะเบียนหน้าเว็บไซต์นั้นลดลงจากเดิม 25% เป็น 14% แล้วโดยพยายามไปซื้อสินค้าที่เว็บไซต์อื่นแทน 26% โดยที่อัตราการออกจากเว็บไซต์ และไม่สนใจจะลงทะเบียนยังคงอยู่ที่ 54% เท่าเดิม ซ้ำร้ายข้อมูลหลายส่วนมากกว่า 70-80% ที่กรอกเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์นั้นเป็นข้อมูลที่ใช้ไม่ได้ส่วนใหญ่


ในส่วนของการเข้าระบบสำหรับสมาชิก เว็บไซต์ด้าน E-Commerce ที่มีฐานข้อมูลสมาชิกนั้นมักจะพบปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างผลกระทบแบบคาดไม่ถึงอย่างเช่น สมาชิก ลืมรหัสผ่านเข้าเว็บไซต์ ผู้บริโภครู้สึกเบื่อหน่ายเวลาที่ต้องกดปุ่ม Forget Password แล้วกรอกข้อมูลอีเมล์ เพื่อรับรหัสผ่านใหม่ 90% ของสมาชิกที่ลืมรหัสผ่านมักจะเลิกใช้ระบบนั้นไปเลย บางครั้งอาจจะต้องมาพิจารณาว่าการเข้าสู่ระบบแบบเดิมๆ นั้นมันอาจจะยากไป การใช้ Social Media ที่มีข้อมูลของบริโภคที่พ่วงอยู่แล้วมาร่วมกับการมัครแบบเดิมจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ดีกว่า เช่น Facebook Social Plug-in อย่างปุ่ม Sign in ด้วย Facebook หรือ Sign in ด้วย Twitter เป็นต้น


แน่นอนว่าถ้าผู้บริโภคนิยมใช้ Social Network อย่าง Facebook, Twitter และ Google+ โดยเฉพาะ Facebook ตอนนี้มี Timeline ซึ่งเป็นอะไรที่หลายคนพร้อมจะโยงชีวิตและเรื่องราวของตัวเองเข้าไปไว้ข้างในนั้นอยู่แล้ว กลายเป็นว่าปัจจัยในการเข้าระบบหากกดแค่ครั้งเดียวจากปุ่มที่คุ้นเคยเพื่อเข้าไปสู่หน้ารายละเอียดสินค้า และโปรโมชัน เมื่อผู้บริโภคสนใจค่อยให้กรอกชื่อ ที่อยู่ อีเมล เบอร์ดทรทีหลังดูน่าจะเป็น ลำดับขั้นตอนการทำงานของเว็บไซต์ หรือ Flow Control ที่ดีกว่า การเข้าไปแล้วบังคับสมัครสมาชิก เช็คเมล์ แล้วเข้าระบบหลายเท่าตัว ปี 2010 ที่มีการนำ Social Log-in มาใช้ผู้บริโภคมอัตราความพึงพอใจอยู่ที่ 66% และในปี 2011 นั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นจากเดิมกลายเป็น 77% อาจจะเป็นเพราะความรวดเร็วในการเข้าระบบ ไม่ต้องแบ่งหรือจัดการ รหัสผ่าน หลายตัวเปลี่ยนครั้งเดียวก็ทำที่เดียวคือ Social Network ที่เราใช้ไปเลย

จะเห็นว่าสถิติของการนำ Social Log-in มาใช้กับระบบของ E-Commerce ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปทันทีจากแนวโน้มที่ปรากฏขึ้น Social Log-in ทำให้ผู้บริโภคที่เป็น Fans ของ Page บน Facebook หรือ Follower ของหน้า Twitter Profiles ของสินค้า หรือแบรนด์ส่วนใหญ่กลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อสินค้ามากที่สุด


คราวนี้ก็พอสำหรับหลายๆ แบรนด์ที่มีปัญหาของสมาชิก หรือผู้บริโภคมีอัตรา Subcribes ข้อมูล และซื้อสินค้าน้อยลงนั้นต้องทำยังไงต่อ Social Plug-in อย่าง Social Log-in นี่แหละครับตัวช่วยชั้นดี ผู้บริโภคเค้าไม่ต้องการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนหรอก เวลานี้ นาทีนี้ถ้าเค้าจะสนใจจะชอบอะไร ขอเข้าถึงข้อมูลง่ายๆ ไวๆ ก็พอแล้ว เรื่องซื้อไม่ซื้อนั้นก็ต้องย้อนกลับไปดูก่อนว่าคุณจัดการ Fans บน Social Media ของแบรนด์คุณดีแล้วรึยัง "No Content, No Business." นะครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง: Tweet Button สร้าง Traffic ให้เว็บไซต์ของคุณได้มากกว่าที่คิด
.png)
nomad™ หรือ นุ้ย Daydev

