DeveloperIdea for TechologyInnovationKnowledgeLifestyle'nTrendMarketing to mobileMobile TechnologyProgramming LanguageTechnologyThe Thinker

รู้จักกับ HTML5 Framework อย่าง Baker และ Laker Compendium

นับว่าปัจจุบันนี้อัตราธุรกิจที่เติบโตมากขึ้นกว่า 15-20% นั้นคือธุรกิจดิจิตอลคอนเท็นต์ เมื่อตลาดของสื่อแบบดั้งเดิมกำลังต้องปรับตัวให้ทันกับการเติบโต และราคาที่ลดลงของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาอย่าง แท็บเล็ต เช่น Apple iPad, Samsung Galaxy Tab

แอพพลืเคชัน Flipboard
แอพพลืเคชัน Flipboard

[เกริ่นก่อนว่า จริงๆชื่อ Topic บทความนั้นไม่ใช่ Topic นี้แต่ที่เปลี่ยน ก็เพื่อจะไม่ต้องมาเผชิญกับบุคคลที่ชอบว่าคนอื่นโง่ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองนั่นแหละ… มาหาเรื่องไม่หยุดไม่หย่อน อยากรู้ต้องสืบเอานะครับ คนดังนี่แหละ แต่รู้ดีแค่โปรดักด์เดียว!]

นอกจากที่ยกมาข้างต้นแล้วก็ยังเหลือแท็บเล็ตอีกกว่าร้อยรุ่นที่เข้ามาสั่นสะเทือนวงการธุรกิจ ดิจิตอลคอนเท็นท์กลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นตามกาลเวลา และความเจริญก้าวหน้าของโลกเทคโนโลยี เทคโนโลยี E-Book ก็ถือว่าเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่อยู่ในหมวดหมู่ของ ดิจิตอลคอนเท็นต์ ที่เข้าไปทำให้บรรดาสื่อหนังสือแบบเก่า หรือแบบกระดาษ พวกหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ต่างต้องร้อนๆ หนาวๆ วิ่งเปลี่ยนตัวเองให้ออกสินค้า หรือหนังสือในเครือของตนให้ออกมาในรูปของดิจิตอลคอนเท็นท์หรือ E-Book และ E-Magazine ที่รองรับการแสดงผลผ่านแท็บเล็ตอย่าง iPad

Adobe Digital Publishing Suite
Adobe Digital Publishing Suite

ประเภทของ E-Book บนแท็บเล็ต
E-Book ที่ปรากฏอยู่บนแอพพลิเคชันบน iPad อย่าง App Store และ Android Market ในปัจจุบันนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ประเภทแรกเป็น E-Book ที่พัฒนาขึ้นจาก Frame Work หรือชุดพัฒนาของระบบปฏิบัติการแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น iOS ก็จะใช้ชุดพัฒนาที่ชื่อว่า XCode ของ Apple Developer มาพัฒนา ส่วน Andoid ของ Google ก็จะใช้ Android SDK มาเชื่อมต่อกับ EClispe IDE ในการพัฒนา เป็นต้น E-Book ในรูปแบบนี้จะใช้ขั้นตอนในการพัฒนาที่นาน และมีค่าใช้จ่ายสูง แต่จะได้ E-Book ที่มีการนำเสนอที่แปลกใหม่ มีการโต้ตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แอพพลิเคชัน FlipBoard และแอพพลิเคชัน Zite ที่หลายคนได้เคยดาวน์โหลดแอพพลิเคชันทั้ง 2 ตัวนี้มาใช้บน iPad

แต่ก็มีบริษัทที่ต้องการเปลี่ยนสื่อดั้งเดิม ให้กลายเป็นสื่อแบบดิจิตอลเช่นกัน อย่างบริษัท Adobe ที่มีการสร้าง Frame Work สำหรับพัฒนา E-Book หรือ E-Magazine ให้ออกมาในรูปแบบโต้ตอบกับผู้อ่านได้บนแท็บเล็ตอย่าง iPad อย่าง Adobe Digital Publishing Suite Family กับส่วนเสริมกับพันธมิตรที่ชื่อว่า Woodwing

ซึ่งข้อดีก็คือบริษัทที่ผลิตนิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Adobe เช่น Adobe InDesign CS5 จะสามารถใช้ชุดพัฒนาร่วมกับ Adobe Digital Publishing Suite และ WoodWing ได้เลยโดยไม่ต้องศึกษาเพิ่มเติมมากมาย แต่ข้อเสียก็คือค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดพัฒนาตัวนี้นั้นอยู่ในอัตราที่สูงมาก

รูปแบบที่ 2 ของ E-Book นั้นเป็นรูปแบบแอพพลิเคชันสำเร็จจรูปที่ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการมากมาย เริ่มหันมาให้บริการรูปแบบนี้แล้ว นั่นคือการแปลงไฟล์ของ Adobe InDesign ที่ทำหน้านิตยสารอยู่ให้กลายเป็นไฟล์นามสกุล PDF แล้วทำการเก็บรวมไฟล์ PDF ทั้งหมดของนิตยสาร อัพโหลดผ่านระบบขึ้นไปยังแอพพลิเคชันที่ทำหน้าที่จัดการ ไฟล์ PDF เหล่านี้ ผ่านระบบ E-Commerce ในการซื้อ-ขาย และชำระเงินสำหรับดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดนี้มายังเครื่องแท็บเล็ตของเรา ซึ่งผู้ให้บริการหลายรายมักจะนิยมใช้วิธีนี้ เพราะเป็นการใช้ต้นทุนการผลิตที่ถูกที่สุด แต่ก็ต้องเสี่ยงกับการละเมิดลิขสิทธิ์ของไฟล์ E-Book ที่เป็นนามสกุล PDF อยู่ซึ่ง ถ้าจะให้ครอบคลุม แล้วระบบดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ระบบ DRM หรือระบบ Digital Right Management เอาไว้ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งสุดท้ายถ้าไม่เสียเวลาในการพัฒนา ระบบ DRM ที่ดีพอก็อาจจะต้องเลือกซื้อ ระบบ DRM จากต่างประเทศซึ่งค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อระบบ DRM นั้นก็สูงไม่แพ้การพัฒนาผ่าน Frame Work

True Digital Bookstore และ AIS Bookstore
True Digital Bookstore และ AIS Bookstore

รูปแบบสุดท้าย E-Book นั้นเป็นแนวคิดที่ปรากฏขึ้นมาจากเทคโนโลยีเว็บ หรือมาตรฐาน HTML5 กับการทำงานของชุดพัฒนาภาษา JavaScript ซึ่งไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำมาพัฒนา แต่จะไม่สามารถนำไปจำหน่าย ในเชิงการค้าได้ เช่น Sencha Framework, Vaadin ที่เป็นชุดพัฒนาเว็บไซต์ให้ออกมารองรับการทำงานบนหน้าจอของแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ข้อดีคือไม่เสียค่าใช้จ่าย ข้อเสียคือต้องใช้เวลาในการศึกษาชุดพัฒนาแต่ละตัวนาน และไม่สามารถใช้ในเชิงการค้าได้
ภาพประกอบด้านบทคือ Framework ในการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชันอย่าง Vaadin และ Sencha เพื่อนำไปทำ E-Book

Hybrid Framework
Hybrid Framework

ผู้บริโภคชอบ UI (User Interface) ที่โต้ตอบและทันสมัย
เทรนด์หนึ่งในยุคนี้ที่ตอบสนองในเรื่องการสร้างประสบการณ์ และ Awareness ของแอพพลิเคชัน หรือ E-Book บนอุปกรณ์พกพาอย่างแท็บเล็ตนั้นก็คงหนีไม่พ้น คอนเท็นท์ที่ถูกนำเสนอในรูปแบบของ Gesture Mode หรือ Gesture Touch ที่ผู้ใช้งานสามารถที่จะทำการ Swipe(การเปลี่ยนหน้าจอแบบทันที), Flip(การพลิกหน้าจอ) หรือ Slide (เลื่อนขึ้นบนลงล่าง ซ้ายขวา) ซึ่งแน่นอนว่า แอพพลิเคชันที่สามารถทำได้นั้น ก็คงหนีไม่พ้นการพัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ทั้งหมด อย่างรูปแบบแรกที่ต้องใช้ Xcode ในการพัฒนา ซึ่งน่าจะต้องมีเรื่องของค่าใช้จ่ายเข้ามายุ่งเกี่ยวแน่นอน แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์โปรด แก่กลุ่มผู้ประกอบการใหม่ และกลุ่มนักพัฒนาที่กำลังจะต้องเริ่มปวดหัวในการออกแบบ เมื่อมีทีมพัฒนาทีมหนึ่งได้เล็งเห็นแล้วว่า Gesture Mode นั้นจะมีการใช้งานมากมายในอนาคตนี้ พวกนักพัฒนาเหล่านี้ได้เริ่มทำการ พัฒนา Framework ที่เป็น ชุดพัฒนาของ Xcode และ HTML Base ขึ้นมาให้ใช้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย Framework ตัวนั้นมีชื่อว่า Baker ครับ

Baker คืออะไร
Baker เป็น Framework หรือชุดพัฒนาที่ทำงานบนพื้นฐานของโครงสร้างภาษา Objective C ที่ใช้บน Xcode ของ Apple แต่การทำงานไม่ได้ยากไปถึงระดับที่ต้องศึกษาการเขียนโปรแกรม Baker ได้พัฒนา Framework ออกมาใหม่ โดยแยกส่วนของการควบคุมการเคลื่อนไหว และการแสดงผลออกจากกัน ส่วนของการดึงข้อมูล และเคลื่อนไหวนั้น Baker มีไลบลารี่ของชุดพัฒนาเป็นตัวกำหนดแบบตายตัว ที่รองรับการทำงาน โต้ตอบแบบ Gesture Mode หรือ Gesture Touch แล้ว ในส่วนของการแสดงผล เนื้อหาที่เป็นหนังสือ E-Book หรือส่วนของคอนเท็นท์นั้น Baker ใช้การควบคุม HTML และ StyleSheet เป็นหลักในการแสดงผลทำให้ ใครก็ตามที่ต้องการนำ Baker ไปพัฒนา แอพพลิเคชันแบบ E-Book ขึ้นไปบน App Store นั้น ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับกับการเขียนโปรแกรมหนักๆ เลย เพียงแค่มีความรู้ในเรื่องของการแก้ไขโค๊ด HTML เบื้องต้น ไปจนถึงพื้นฐานของการพัฒนา HTML5และ StyleSheet หรือ CSS ในการควบคุมกราฟิก และการดีไซน์หน้าตา ออกแบบไม่ให้หลุดออกไปจากมาตรฐานที่ Baker มีมาแต่แรกก็พอ หากว่าใครที่สนใจสามารถไปดาวน์โหลดมาใช้ต่อยอดได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่เว็บไซต์ http://www.bakerframework.com

HTML5 Digital Book จาก Baker Framework
HTML5 Digital Book จาก Baker Framework

Framework เพิ่มเติมลูกเล่นให้น่าสนใจของ Baker
นอกจากว่าเราจะได้รู้จักกับ Framework ฟรีสำหรับพัฒนาE-Book หรือ E-Magazine บนแท็บเล็ต อย่าง iPad อย่าง Baker แล้ว นักพัฒนาใจดีเหล่านี้ยังมีการพัฒนาส่วนเสริม ลูกเล่นเพิ่มเติมให้ Baker ดูน่าสนใจเพิ่มขึ้นมาอีก Frameworkเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ตัวนี้มีชื่อว่า Laker ข้อมูลตัวนี้อยู่ที่เว็บไซต์ http://www.lakercompendium.com

ตัวเสริมคามสามารถให้แก่ Baker ชื่อว่า Laker Compendium
ตัวเสริมคามสามารถให้แก่ Baker ชื่อว่า Laker Compendium

ก่อนที่จะใช้งานเจ้า Framework อย่าง Laker นั้น เราจำเป็นที่จะต้องดาวน์โหลด และติดตั้ง Framework Baker ให้เสร็จก่อน ลูกเล่นที่ Laker เพิ่มเข้ามานั้นมีมากมายตั้งแต่ รูปแบบของ Gesture Mode และ การใช้งานร่วมกับคลิป ของ YouTube และระบบแผนที่ของGoogle Map นอกนั้นก็เป็นการแก้ไข UI เดิมจาก Baker ให้ดูน่าใช้งานขึ้นใน Laker ครับ

ขั้นตอนการปรับแต่ง ไม่ยากอะไรครับ แค่ติดตั้งคลายโฟล์เดอร์ของ Baker ก่อน แล้วก็ทำการดาวน์โหลดไฟล์ของ Laker Framework แล้วทำการคลายโฟล์เดอร์เช่นกัน แต่ให้นำ โฟล์เดอร์ที่มีชื่อว่า “book” จาก Laker Framework ไป Replace หรือไปวางทับโฟล์เดอร์ “book” ของ Baker Framework ตัวเก่าก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ

ทำการ Copy โฟลเดอร์ Book จาก Laker ไปยัง Baker
ทำการ Copy โฟลเดอร์ Book จาก Laker ไปยัง Baker

มีอะไรใน Baker และ Laker บ้าง
สำหรับคนที่มีเครื่อง Mac OS และมี Xcode เวอร์ชัน 4 ขึ้นไปสามารถเปิดไฟล์ของ Baker และ Laker Framework ขึ้นมาทำการทดลองใช้ได้ ตามตัวอย่างที่ผู้เขียนยกตัวอย่างดังนี้

สร้างโปรเจ็คใหม่จาก XCode บนเครื่อง Apple Mac
สร้างโปรเจ็คใหม่จาก XCode บนเครื่อง Apple Mac

เปิดโปรเจ็คของ Xcode ใหม่ขึ้นมา เลือกไปที่โฟล์เดอร์ของ Laker หรือ Baker Frameworkที่เราได้ทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แล้วทำการตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปรกติกับ Framework หรือเปล่า

ไฟล์ของ Framework จะมีทั้ง XCode และ HTML5
ไฟล์ของ Framework จะมีทั้ง XCode และ HTML5

การสร้าง E-Book จาก Laker หรือBaker Framework นั้น ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับส่วนของ Xcode ที่เป็นไฟล์ Objective C เลย การออกแบบหน้าคอนเท็นท์ส่วนมากจะยุ่งเกี่ยวเพียงแค่ส่วนของไฟล์ HTML และ Javascript บางไฟล์ ทำให้ผู้ที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์สามารถทำความเข้าใจกับโครงสร้างของหน้า E-Book ในโฟล์เดอร์ “book”บน Framework ได้ง่ายขึ้น

เลือกตัว Simulator มาทดสอบ
เลือกตัว Simulator มาทดสอบ

เริ่มต้นทำการทดสอบการ ทำงานผ่านตัวจำลองเครื่อง iPad หรือ iPad Simulation ในเครื่องของผู้เขียนเลือกไปที่เวอร์ชัน 4.3 เพื่อทำการทดสอบดูว่า E-Book ทำงานได้ปรกติหรือเปล่า

E-Book ทำงานได้ปรกติ หน้าปกสวยงามและการทำงานที่ใกล้เคียง E-Book แบบ Interactive เต็มรูปแบบของจริง
E-Book ทำงานได้ปรกติ หน้าปกสวยงามและการทำงานที่ใกล้เคียง E-Book แบบ Interactive เต็มรูปแบบของจริง

ผู้เขียนลองตรวจสอบการทำงานของ Laker และ Baker Framework ดูแล้วบนเครื่องจำลอง iPad เวอร์ชัน 4.3 ไม่มีข้อผิดพลาดประการใด ข้อดีของ Laker และ Baker Framework นั้นคือ ฟรี และเป็นซอฟท์แวร์แบบ OpenSource สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้งเวอร์ชันที่ปรับแต่งโดย Laker Framework นั้นสามารถแทรกไฟล์เสียง และวีดีโอจากเว็บไซต์ YouTube ได้ พร้อมทั้งแนบพิกัดของ Google Maps ลงไปในคอนเท็นท์ของ E-Book ได้อีกด้วย

ลองรับลูกเล่นการ Slide,Flip,Click
ลองรับลูกเล่นการ Slide,Flip,Click
สามารถจัด Layout ของ Page ได้ด้วย HTML Tag และแทรก Google Maps ได้
สามารถจัด Layout ของ Page ได้ด้วย HTML Tag และแทรก Google Maps ได้
สร้าง Gallery แทรกไฟล์เสียง และ วีดีโอได้
สร้าง Gallery แทรกไฟล์เสียง และ วีดีโอได้

กลายเป็นว่า E-Book ในปัจจุบัน และอนาคตต่อจากนี้ อาจจะสร้างสรรได้ง่ายขึ้น และคงมีหลายทีม หลายบริษัทที่คิดจะพัฒนา E-Book หรือ E-Magazine ของตัวเองได้สะดวกขึ้น จาก framework ทั้ง 2ตัวนี้นั่นคือ Baker และ Laker ซึ่งส่วนตัวแล้วผู้เขียนมีความเห็นว่า เป็นความคุ้มค่าอย่างหนึ่งสำหรับ กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็กที่น่าจะใช้เครื่องมือ ตัวนี้ในการสร้าง และดำเนินธุรกิจ ดิจิตอลคอนเท็นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายทีแพงจนเกินไป หวังว่าเครื่องมือ และ Framework ทั้ง 2 ตัวนี้คงสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้อ่านได้เยอะไม่มากก็น้อยนะครับ

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร E-Commerce Magazine

Tags

Banyapon Poolsawasd

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบเชิงโต้ตอบ และการพัฒนาเกม วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท Daydev Co., Ltd, (เดย์เดฟ จำกัด)

Related Articles

2 Comments

Leave a Reply

Back to top button
Close
Close

Adblock Detected

เราตรวจพบว่าคุณใช้ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ,กรุณาปิดระบบ Adblock ก่อนเข้าอ่าน Content ของเรานะครับ, ถือว่าช่วยเหลือกัน